Powered by

 

รับทำโปรเจค html5 รับทำโปรเจค css รับทำโปรเจค javascript รับทำโปรเจค php รับทำโปรเจค codeigniter รับทำโปรเจค laravel รับทำโปรเจค asp.net รับทำโปรเจค angulatjs รับทำโปรเจค reactjs รับทำโปรเจค joonla เว็บสำเร็จรูป รับทำโปรเจค moodle ระบบอีเลิร์นนิ่ง E-learning รับทำโปรเจค wordpress รับทำโปรเจค android application รับทำโปรเจค ios application รับทำโปรเจค flutter รับทำโปรเจค react native ฐานข้อมูล mysql ฐานข้อมูล mariadb ฐานข้อมูล postgresql ฐานข้อมูล sql server ฐานข้อมูล firebase ฐานข้อมูล mongodb รับทำโปรเจค dreamweaver รับทำโปรเจค vscode รับทำโปรเจค sublime text รับทำโปรเจค nodejs expressjs รับทำโปรเจค nginx รับทำโปรเจค apache web server รับทำโปรเจค xampp

 

VS Code ออกเวอร์ชัน 1.42 ช่วยพรีวิวผลการ refactor ชื่อในโค้ด

VS Code ออกเวอร์ชัน 1.42 ช่วยพรีวิวผลการ refactor ชื่อในโค้ด

โดย: Administrator

เมื่อ: 25/02/2563 08:11:10

Tags: VS Code, Visual Studio Code, VS Code 14.2, Coding , Text Editor,

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตเวอร์ชัน 1.42 ให้กับ Visual Studio Code โดยได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงหลายอย่าง

ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ คือตัวช่วยพรีวิวผลการ refactor ชื่อที่ใช้ภายในโค้ด (ยกตัวอย่างเช่นชื่อคลาส หรือชื่อตัวแปร) ใช้งานได้ผ่านการกดคีย์ Shift + Enter ขณะเปลี่ยนแปลงชื่อ (คลาส/ตัวแปร) เพื่อสั่งให้ VS Code เปิดพาเนล Refactor Preview ซึ่งจะแสดงรายการของโค้ดที่จะได้รับการ refactor ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อที่กำลังดำเนินการ

โดยผู้ใช้จะสามารถคลิกเลือกที่แต่ละรายการเพื่อเปิด diff editor ขึ้นมาเปรียบเทียบโค้ดก่อนและหลังการ refactor ก่อนตัดสินใจยืนยันหรือเรียกคืนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการ ผ่านการติ๊ก checkbox ข้างหน้าแต่ละรายการ

ทั้งหมดนี้ทำให้การตรวจสอบโค้ดที่ได้รับผลกระทบจากการ refactor ชื่อทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก

ส่วนการปรับปรุงอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของอัพเดตมีดังนี้

  • เพิ่มกลุ่มการตั้งค่า workbench.editor.limit ใช้กำหนดจำนวน editor สูงสุดที่เปิดใช้งานพร้อมๆ กัน หากเปิดฟีเจอร์นี้ editor แท็บที่เก่าสุด (ซึ่งไม่มีการแก้ไขโค้ดที่ยังไม่ได้บันทึก) จะถูกปิดอัตโนมัติ
  • เพิ่มทางเลือกให้สามารถย้ายตำแหน่งพาเนล Output, Debug Console, Terminal และ Problems ไปยังด้านซ้ายของหน้าต่าง editor ปรับปรุงจากเดิมที่สลับตำแหน่งได้เพียงแค่ด้านล่างและทางขวาเท่านั้น เรียกใช้งานได้ด้วยการพิมพ์คำสั่ง View: Move Panel (Left, Right, To Bottom) ลงใน command palette
  • เพิ่มการไฮไลท์โค้ดที่ถูกซ่อนด้วย code folding
  • ปรับปรุง Debug Console ให้อินพุทได้รับการไฮไลท์สี, ช่วยจัดย่อหน้า/ปิดเครื่องหมายปีกกา ตาม syntax ของโค้ด และยังช่วยแสดงประวัติอินพุทที่เคยใช้งานในกล่องช่วยเติมโค้ด (IntelliSense) ให้อีกด้วย
  • เพิ่มการกำหนด task (ไฟล์ tasks.json) ในการตั้งค่าระดับ User Settings ทำให้สามารถนำสคริปต์ที่ใช้งานบ่อย (ยกตัวอย่างเช่น build script) มาใช้สั่งรันได้หลายโปรเจ็กต์ แทนที่จะถูกจำกัดไว้ในระดับ Workspace ซึ่งสามารถใช้งานได้เพียงโปรเจ็กต์เดียวอย่างแต่ก่อน
  • ปรับปรุงส่วนขยาย Java ให้รองรับการดีบักด้วย Data Breakpoints (หยุดโปรแกรม เมื่อค่าของตัวแปรที่ติดตามถูกเปลี่ยนไปจากค่าเดิม), เพิ่มความสามารถในการเรียกดู Call Hierarchy หรือลำดับชั้นของการใช้งานฟังก์ชั่นภายในโค้ด
  • ปรับปรุงมุมมองจัดการ Forwarded Ports สำหรับการเชื่อมต่อกับ SSH, Container บนส่วนขยาย Remote Development
  • เพิ่มคู่มือสอนการใช้งาน Container บน VS Code


ที่มา : blognone.com

กลับ