Powered by

 

รับทำโปรเจค html5 รับทำโปรเจค css รับทำโปรเจค javascript รับทำโปรเจค php รับทำโปรเจค codeigniter รับทำโปรเจค laravel รับทำโปรเจค asp.net รับทำโปรเจค angulatjs รับทำโปรเจค reactjs รับทำโปรเจค joonla เว็บสำเร็จรูป รับทำโปรเจค moodle ระบบอีเลิร์นนิ่ง E-learning รับทำโปรเจค wordpress รับทำโปรเจค android application รับทำโปรเจค ios application รับทำโปรเจค flutter รับทำโปรเจค react native ฐานข้อมูล mysql ฐานข้อมูล mariadb ฐานข้อมูล postgresql ฐานข้อมูล sql server ฐานข้อมูล firebase ฐานข้อมูล mongodb รับทำโปรเจค dreamweaver รับทำโปรเจค vscode รับทำโปรเจค sublime text รับทำโปรเจค nodejs expressjs รับทำโปรเจค nginx รับทำโปรเจค apache web server รับทำโปรเจค xampp

 

แนวโน้มด้าน Security ในปี 2020

แนวโน้มด้าน Security ในปี 2020

โดย: Administrator

เมื่อ: 04/01/2563 18:38:34

Tags: IT Knowledge, IT Trends and Updates, Products, Watchguard,

WatchGuard Threat Labs ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security ได้ออกมาทำนาย 7 แนวโน้มด้าน Cybersecurity ในปีนี้ไว้ เราจึงขอสรุปมาให้ได้ติดตามกันครับ

แนวโน้ม 7 ข้อมีดังนี้

1.) Ransomware on cloud : ไม่นานนี้แรนซัมแวร์ได้ผันตัวจากกลุ่มเป้าหมายทั่วไปสู่ระดับองค์กรมากขึ้น โดยคาดว่าเป้าหมายต่อไปคือคลาวด์ เช่น S3 Bucket หรือระบบ Virtual ต่างๆ เพราะสมัยนี้องค์กรส่วนใหญ่ก็หันไปใช้คลาวด์ ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์รวมของระบบเลยทีเดียว 

2.) U.S. Privacy laws : แนวโน้มการเกิดกฏหมายด้านสิทธิส่วนบุคคลในอเมริกาจะมีภาพชัดขึ้น โดยปัจจุบันมีเพียงรัฐแคลิฟอเนียเท่านั้นที่ออกกฏหมายสอดรับคล้าย GDPR ที่ชื่อ CCPA (California Consumer Privacy Act) แต่คาดว่าจะมีการเรียกร้องให้เกิดกฏหมายทำนองนี้มากขึ้นในหลายรัฐ

3.) Elections : สำหรับอเมริกาเองจะมีการเลือกตั้งในปีนี้ซึ่ง WatchGuard คาดว่าจะมีผู้ก่อการร้ายจากภายนอกจ้องโจมตีฐานข้อมูลการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างความเสียหายและปั่นป่วนคะแนนเสียง ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหลายระบบโหวตเลือกตั้งยังมีช่องโหว่อยู่

4.) Mobile and Breaches : เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลขององค์กรในปีนี้อาจมีสาเหตุมาจากการใช้งานอุปกรณ์เข้ามาจากภายนอกองค์กร เนื่องจากไม่มีโซลูชันการปกป้องที่ดีเพียงพอ โดยมีผลสำรวจเผยว่า 90% ของพนักงานในธุรกิจขนาดกลางใช้เวลาครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ทำงานนอกออฟฟิศ

5.) Cybersecurity Skills Gap : ผลสำรวจของปี 2018 พบว่าสังคมของ Cybersecurity ยังขาดผู้เชี่ยวชาญกว่า 3 ล้านตำแหน่ง แม้กระทั่งปัจจุบัน WatchGuard ยังไม่เห็นเลยว่าช่องว่างนี้จะถูกเติมเต็มได้อย่างไร รวมถึงเชื่อว่าช่องว่างการขาดแคลนบุคคลากรดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 15% ด้วย

6.) Mid-sized Company Adopt MFA as Standard : ที่ผ่านมาองค์กรเริ่มเห็นปัญหาชัดแล้วว่าวิธีการพิสูจน์ตัวตนโดยอาศัยแค่รหัสผ่านอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะระบบสำคัญเช่น ฐานข้อมูล อย่างไรก็ตามความง่ายของเทคโนโลยีจะทำให้องค์กรขนาดกลางยอมรับ Multi-factors Authentication จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐาน ด้วย 2 เหตุผลหลักคือ 1.โซลูชัน MFA สามารถจบลงแค่คลาวด์ 2.สามารถใช้มือถือแทน Hardware Token ทำให้ไม่ยุ่งยากและประหยัดงบกว่าแต่ก่อน นอกจากนี้แม้ว่า SMS อาจดูไม่มั่นคงปลอดภัยแต่องค์กรก็ยังสามารถใช้แอปพลิเคชันแทนได้

7.) New 5G / Wi-Fi Vulneribilities : 5G คือเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกแห่งการสื่อสารก็จริง แต่เบื้องหลังน้อยคนนักที่จะทราบว่าสถานที่สาธารณะหลายแห่งอย่าง โรงแรม ห้าง หรือสนามบิน ข้อมูลจากมือถือของเราสามารถวิ่งออกได้ 2 ทางคือเสาสัญญาณและ Access Point สาเหตุเพราะผู้ให้บริการมือถือแก้ปัญหาการใช้งานในพื้นที่หนาแน่น นอกจากนี้มือถือของเราก็ฉลาดพอที่จะสับส่งข้อมูลไปมา 2 ทางได้เสียด้วย โดยสัญญาณน่ากังวลคือนักวิจัยเคยเปิดเผยช่องโหว่การ Handover ไปมาระหว่าง 2 ช่องทางส่งข้อมูลนี้บ้างแล้ว ดังนั้นเป็นไปได้ว่าปี 2020 อาจพบช่องโหว่ลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้น

ที่มา :  https://www.securitymagazine.com/articles/91442-security-predictions-for-2020



ที่มา : techtalkthai.com

กลับ