Powered by

 

รับทำโปรเจค html5 รับทำโปรเจค css รับทำโปรเจค javascript รับทำโปรเจค php รับทำโปรเจค codeigniter รับทำโปรเจค laravel รับทำโปรเจค asp.net รับทำโปรเจค angulatjs รับทำโปรเจค reactjs รับทำโปรเจค joonla เว็บสำเร็จรูป รับทำโปรเจค moodle ระบบอีเลิร์นนิ่ง E-learning รับทำโปรเจค wordpress รับทำโปรเจค android application รับทำโปรเจค ios application รับทำโปรเจค flutter รับทำโปรเจค react native ฐานข้อมูล mysql ฐานข้อมูล mariadb ฐานข้อมูล postgresql ฐานข้อมูล sql server ฐานข้อมูล firebase ฐานข้อมูล mongodb รับทำโปรเจค dreamweaver รับทำโปรเจค vscode รับทำโปรเจค sublime text รับทำโปรเจค nodejs expressjs รับทำโปรเจค nginx รับทำโปรเจค apache web server รับทำโปรเจค xampp

 

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” รู้ไว้ก่อนกลายเป็นโรคติดเกม

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” รู้ไว้ก่อนกลายเป็นโรคติดเกม

โดย: Administrator

เมื่อ: 26/08/2563 07:46:00

Tags: เด็กติดเกม, ติดเกมส์, โรคติดเกมส์, สุขภาพจิต, สุขภาพกาย, ดูแลจิตใจ,

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” ในช่วงกักตัวที่ผ่านมาหรือจะในช่วงระยะเวลาปิดเทอม เด็ก ๆ น้องนักเรียน นักศึกษาไม่มีภาระสำคัญที่ต้องจำนั้นก็คือการตั้งใจเรียนและเวลาทำกิจกรรม ทำให้ในแต่ละวันมีเวลาพักผ่อนทำกิจกรรมนอกเหนือจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเรียน ทำให้เกิดปัญหาหนึ่งที่ น่าเป็นหวงคือ การติดมือถือ โดยเฉพาพะการเล่นเกม

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” รู้ไว้ก่อนกลายเป็นโรคติดเกม

องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศ “โรคติดเกม” (Gaming Disorder) เป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสพติด ในทางสมองมีลักษณะคล้ายกับติดสารเสพติด เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก ต้นเหตุสำคัญของโรคติดเกมนั้น มาจากความไม่เข้าใจของพ่อแม่และผู้ปกครอง ที่มองว่าเด็กอยู่กับเครื่องมือไอที และเด็กก็เล่นอยู่ในสายตาของเราแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่จริง ๆ แล้วการเล่นเกมจนกลายเป็นการเสพติดกลับยิ่งทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาทักษะและส่งผลต่อสุขภาพ

ลักษณะของเด็กติดเกม

  1. ใช้เวลาเล่นเกมมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือใช้เวลาในการเล่นเกมนานติดต่อกันหลาย ๆ ชั่วโมง เล่นนานขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลาย ๆ ชั่วโมงต่อวัน
  2. รบกวนหน้าที่ การเรียน ขาดทักษะสังคม ขาดความสัมพันธ์กับคนในบ้านและเพื่อน ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือกิจวัตรประจำวัน เช่น ไม่สนใจการเรียน หนีเรียนหรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปเล่นเกม การเรียนตก
  3. หมกมุ่นจริงจังกับการเล่นเกม เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการเล่นเกม ไม่สนใจหรือเลิกทำกิจกรรมที่เคยชอบ
  4. รู้สึกขาดเกมไม่ได้ ถ้าไม่ได้เล่น หรือถ้าถูกบังคับให้เลิกเล่น จะมีอาการโมโห หงุดหงิดอย่างรุนแรงหรืออารมณ์เสียตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เล่น
  5. บุคลิกภาพผิดไปจากเดิม ใช้ความรุนแรง ก้าวร้าว เริ่มพูดโกหก

การเล่นเกมนั้นมันมีข้อแนะนำอยู่ตามหลัก “3 ต้อง 3 ไม่” คือ 

  1. ต้องกำหนดเวลาเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน 
  2. ต้องตกลงโปรแกรมและเลือกประเภทเกมให้ลูก เช่น เกมบริหารสมอง ลดเกมที่เสี่ยงความก้าวร้าวอย่างการฆ่ากันยิงกัน พ่อแม่ต้องอยู่ด้วย 
  3. ต้องเล่นกับลูก เพื่อสอนให้คำแนะนำกันได้ 

ส่วน “3 ไม่” ได้แก่ 

  1. พ่อแม่ไม่เล่นเป็นตัวอย่าง 
  2. ไม่เล่นในเวลาครอบครัว 
  3. ไม่เล่นในห้องนอน

หากมีความสงสัยผู้ปกครองสามารถทำแบบทดสอบการติดเกม ได้ที่ www.healthygamer.net เพื่อตรวจสอบว่าบุตรหลานของท่านเข้าข่ายติดเกมหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเด็กติดเกมให้ดีขึ้น ไม่ใช่จะต้องแก้ไขแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องพยายามด้วยกันทั้งคู่ ทั้งเด็กและพ่อแม่ รวมถึงคนรอบข้างที่บ้านและเพื่อน คุณครูที่โรงเรียน ปัญหาจะถูกแก้ไขได้ด้วย “ความเข้าใจร่วมกัน” ซึ่งจริง ๆ แล้วความเข้าใจร่วมกันนั้นควรจะมีอยู่ในทุก ๆ เรื่องของชีวิตของคนเราอยู่แล้ว



ที่มา : it24hrs.com

กลับ