Social Detox คืออะไร? 5 วิธี Social Detox ง่าย ๆทำเอง ได้ที่บ้าน

Social Detox คืออะไร? 5 วิธี Social Detox ง่าย ๆทำเอง ได้ที่บ้าน

โดย: Administrator

เมื่อ: 04/08/2563 07:55:36

Tags: การบำบัดอาการเสพติดโซเชียลมีเดีย, การติดโซเชียลมีเดีย, การเลิกเล่นโซเชียลมีเดีย,

Social Detox คืออะไร ? – เรื่องข่าวสารบ้านเมืองในสมัยนี้ถือว่าเปลี่ยนไปทุกวินาที เรื่องของการเมืองก็ต้องติดตามทุกวัน ข่าวสารก็ต้องรับทุกชั่วโมงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างบนโลกนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของชีวิตชาวบ้านก็ต้องรู้ แล้วยิ่งในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีให้เราเลือกใช้มากมาย สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่คนไถหน้าจอกันไม่หยุด จนปฎิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารเรายังต้องถ่ายรูปก่อนกินเลย หรือที่เรียกว่า “Camera eat first” รู้หรือไม่ว่าผลเสียของการติดโทรศัพท์นั้นมีมากกว่าที่คิด มาแก้ปัญหานี้ด้วย Social Detox กันเถอะ

Social Detox คืออะไร ?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินหรือรู้กับคำว่า Detox กันมาบ้างแล้ว Detox คือการเอาสารพิษออกจากร่างกาย เพื่อให้สุขภาพของคนที่ Detox นั้นดีขึ้น ส่วนการทำ Social Detox หรือ Digital Detox ก็คือการบำบัดอาการเสพติดการใช้โซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จนเกิดความทุกข์ ความเครียด ลามมาถึงร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงต้องทำการบำบัดอาการเหล่านี้เพื่อให้สภาพจิตใจกลับมาสดใส สดชื่นเหมือนเดิม

ทำไมคนเราถึงติดโซเชียล ?

เพราะเมื่อการเข้าถึงกันของผู้คนและเรื่องราวต่าง ๆ ทั่วโลก นั้นใช้เวลาในเพียงแค่ไม่กี่วินาทีทำให้คนที่อยู่ไกลเหมือนอยู่ใกล้แค่หน้าปากซอย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 นาทีที่แล้วก็กลายมาเป็นข่าวในโซเชียลเรียบร้อยแล้ว ทำให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะพลาดกระแสหรือเรื่องราวสำคัญ ทำให้รู้สึกกระวนกระวาย ต้องเช็คมือถือ หรือตั้งแจ้งเตือนตลอดเวลา จนอาจถึงขั้นได้ยินเสียงสั่นหรือเสียงแจ้งเตือนทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาการนี้เรียกว่า F.O.M.O (Fear of missing out) นั่นเอง

Social Media ตัวการทำลายความสุขอย่างไร ?

ในด้านของสุขภาพร่างกาย แน่นอนว่าการเล่นมือถือนั้นจะต้องประกอบไปด้วย มือที่ถือโทรศัพท์ คอที่ก้มหน้าเล่น และตาที่จ้องโทรศัพท์มือถือของเรา 

  • ปวดเมื่อยฝ่ามือ คอ ไหล่ มือ เป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุดเมื่อเราเล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน รวมถึงคอ ที่อาจเผลอก้มหน้ามองจอจนปวดเมื่อย หากมีอาการปวดเมื่อยบริเวณมือ คอ และไหล่ ก็เป็นสัญญาณว่าควรหยุดเลยมือถือได้แล้ว 
  • ปวดตา แสบตา แสงบนหน้าจอแสดงผลของสมาร์ทโฟน จะมีแสงสีฟ้าปนออกมาด้วยและแสงสีฟ้าคือส่วนสำคัญที่จะทำลายจอประสาทตาให้เสื่อมสภาพลง และยังทำให้ตาของเราแห้งเพราะมาจากการเพ่งมองหน้าจอเป็นเวลานาน 

และในด้านของสุขภาพจิตใจภายในนั้นมีดังนี้

  • ความกระวนกระวาย ความกังวลเมื่อไม่ได้เล่น ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นตอนเราไม่ได้เล่นโซเชียล เช่น เครือข่ายล่ม, มือถือพัง, แบตหมด หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ไม่สามารถเล่น ณ ขณะนั้น แล้วรู้สึกกระวนกระวาย และหงุดหงิดอยากไถ่ ๆ สัก 2-3 นาที ก็เป็นสัญญาณที่บอกได้ว่าเรากำลังเริ่มเสพติด Social Media แล้ว
  • ความไม่มั่นใจในตัวเองและเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น คนส่วนใหญ่มักจะใช้โซเชียลมีเดียในการแชร์โพส อัพเดตไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ทำให้เกิดความคิดที่ว่า “คนในโซเชียลมีเดียดูมีชีวิตที่ดีจังเลย” โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ของเราที่ใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่แพง แล้วจะมีความคิดต่อว่า “ทำไมชีวิตเราไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง” และเริ่มขาดความมั่นใจเพราะเอาชีวิตตนเองไปเปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในสังคมออนไลน์ จนคิดว่าตนเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น ในทางกลับกัน ถ้าหากเราได้เป็นเพื่อนคนนั้น การจะเคยชินกับการรับยอดไลค์เยอะ ๆ จนอาจจะกลายเป็นการเสพติดยอดไลค์ และทำให้เรากลายเป็นคนหลงตัวเองมากขึ้น และสูญเสียความมั่นใจเมื่อยอดไลค์ลดน้อยลง

5 วิธี Social Detox ง่าย ๆทำเองได้ที่บ้าน

  1. ปิดการแจ้งเตือนหรือลบแอปพลิเคชั่น

เริ่มจากการปิดการแจ้งเตือนข้อความต่าง ๆ ที่เพื่อนหรือแอปพลิเคชันส่งมา แม้กระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับมือถือ รวมทั้งลบแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้หรือไม่ค่อยใช้ออกไปให้เหลือแค่ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้นหรืออาจควบคุมการเล่นแค่บางแอปพลิเคชั่น

  1. งดหรือลดการเล่นโซเชียล

เราเชื่อว่างดในที่นี้ทุกคนจะเข้าใจว่า ลดเล่น100% แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะแน่นอนว่าในชีวิตประจำวันเรายังต้องติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกและยังต้องรับรู้ข่าวสารอยู่ เพียงแค่เราอาจจะจำกัดเวลาการเล่น หรือ แค่ลดการใช้โทรศัพท์เท่านั้นเอง เช่น การอัพรูปหรือโพสต์ข้อความ การเสพสื่อข่าวสารต่างๆ ฯลฯ อาจจะจำกัดเวลาเล่นว่า วันนี้เราสามารถเล่นได้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น 

  1. หากิจกรรมและงานอดิเรกทำ

เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลาหากิจกรรมและงานอดิเรกทำ เปลี่ยนจากการก้มเล่นมือถือเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น งานฝีมือ เรียนภาษาที่สาม หรือเรียนคอร์สออนไลน์

  1. ปรับมุมมองที่มีต่อโซเชียลมีเดีย

แท้จริงแล้ว โซเชียลมีเดียถูกสร้างขึ้นมาให้มีประโยชน์มากหากใช้ให้ถูกวิธี หลาย ๆ คนได้ติดต่อพูดคุยกับคนที่อยู่ห่างไกล หรือได้นัดพับกับคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นเวลานานผ่านทางโซเชียลมีเดีย เรียกว่าโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมีในการเชื่อมโยงคนที่อยู่ห่างไกลกันให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่โซเชียลมีเดียนั้นไม่ใช่โลกทั้งใบของเรา การที่คนในโซเชียลเห็นด้วยกับเรา ไม่ได้แปลว่าทุกคนบนโลกเห็นด้วยกับเรา และความเห็นจากคนในโซเชียลมีเดียก็เป็นเพียงแค่ความเห็นของคนนั้นเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องไปใส่ใจกับความคิดของคนอื่น ใส่ใจแค่คนที่เรารักก็พอ

  1. ปิดบัญชี 

ถ้าเรากลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว การปิดบัญชีคือทางออกที่ดีที่สุดนอกจากจะทำให้เราไม่สามารถแอบเข้ามาเช็คแจ้งเตือนได้แล้ว ยังเป็นการบอกทุกคนว่าเรากำลังทำการดีท็อกซ์อยู่ หรือก่อนจะปิดบัญชี ก็แนะนำให้ตั้งสเตตัสบอกทุกคนก่อนว่าเราจะหายไปสักพักมีเรื่องด่วนหรือฉุกเฉินให้โทรเท่านั้น ไม่ใช่หายไปเลยเพราะเพื่อนของเราอาจจะเป็นห่วงเราได้ว่าหายไปไหนเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า และถ้าเพื่อนเราติดต่อมาแสดงว่าเป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ

การใช้โซเชียลมีเดียนั้น มีทั้งประโยชน์และโทษ หากเรารู้จักใช้มันอย่างพอดีและไม่ยึดเอาสิ่งที่เห็นในโซเชียลมาควบคุมการใช้ชีวิตของเรา โซเชียลมีเดียก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรืออันตรายใด ๆ กับเรา ของแค่เราคิดว่าโซเชียลมีเดียนั้นเป็นแค่ช่องทางในการรับสื่อช่องทางหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียนั้น เป็นอันดับแรกในชีวิตแล้ว ก็อาจจะถึงเวลาที่จะต้อง Social Detox พัก หยุด จำกัดจากข่าวสารต่าง ๆ และให้ความสำคัญกับโลกความเป็นจริงรอบ ๆ ตัวบ้างแล้ว

 



ที่มา : it24hrs.com

กลับ