Google เปิดฟีเจอร์ลบประวัติท่องเว็บอัตโนมัติ ลบประวัติ Location เพิ่มความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้

Google เปิดฟีเจอร์ลบประวัติท่องเว็บอัตโนมัติ ลบประวัติ Location เพิ่มความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้

โดย: Administrator

เมื่อ: 04/07/2563 21:06:18

Tags: google, Google Account, how-to, Privacy, ขั้นตอน, ความเป็นส่วนตัว, บัญชี google, ลบประวัติ, ลบประวัติการท่องเว็บ, วิธีการ,

Google เปิดฟีเจอร์ลบประวัติท่องเว็บอัตโนมัติ ทั้งการท่องเว็บ Location และคงความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้ ตอกย้ำในด้านความเป็นส่วนตัวที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานในทุกสิ่งที่ Google ได้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้การประชุมทางวิดีโอผ่าน Google Meet มีความปลอดภัย การปกป้องผู้ใช้จากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรือการเป็นบริษัทชั้นนำรายแรกที่ตัดสินใจที่จะไม่นำเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการประกาศที่ชัดเจนที่ห้ามไม่ให้นำเทคโนโลยี AI ไปใช้หรือขายเพื่อวัตถุประสงค์ในการสอดส่องประชาชน

ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ Google ได้มุ่งเน้นไปที่หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • การรักษาข้อมูลของผู้ใช้ให้ปลอดภัย
  • การปฏิบัติต่อข้อมูลของผู้ใช้อย่างรับผิดชอบ
  • ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตนได้

เพื่อให้บรรลุความมุ่งมั่นของ Google จึงได้ทำการอัปเดตเครื่องมือและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่ใช้บริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษาข้อมูลในผลิตภัณฑ์หลักของ Google เองเพื่อจำกัดการเก็บข้อมูลให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

การปฏิบัติต่อข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของของผู้ใช้ อย่างรับผิดชอบ

Google เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรเก็บข้อมูลของผู้ใช้ไว้ตราบเท่าที่จำเป็นและเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้จริงๆ เท่านั้น เช่น การช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาจุดหมายปลายทางที่ชื่นชอบใน Google Maps หรือรับคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรรับชมใน YouTube เป็นต้น

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Google เปิดฟีเจอร์ลบประวัติอัตโนมัติ ให้ผู้ใช้สามารถเลือกให้ Google ลบประวัติตำแหน่ง กิจกรรมการค้นหา ข้อมูลการใช้งานด้วยเสียง และประวัติการใช้งาน YouTube โดยอัตโนมัติ เมื่อข้อมูลมีอายุเกิน 3 เดือน หรือ 18 เดือน โดยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครั้งแรกที่คุณเปิดประวัติตำแหน่ง ซึ่งจะปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้น ตัวเลือกการลบอัตโนมัติของคุณจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นเป็น 18 เดือน เช่นเดียวกับการลบข้อมูลกิจกรรมบนเว็บและแอปโดยอัตโนมัติที่จะถูกตั้งค่าเริ่มต้นเป็น 18 เดือนสำหรับบัญชีใหม่ ซึ่งหมายความว่าข้อมูลกิจกรรมของคุณจะถูกลบโดยอัตโนมัติและต่อเนื่องเมื่อมีอายุเกิน 18 เดือน คุณสามารถปิดการตั้งค่าเหล่านี้ได้ตลอดเวลา หรือเปลี่ยนตัวเลือกการลบอัตโนมัติตามที่ต้องการ

หรือหากคุณเปิดประวัติตำแหน่งและกิจกรรมบนเว็บและแอปไว้แล้ว Google ก็จะไม่เปลี่ยนการตั้งค่าของคุณ แต่ในการทางกลับกัน Google จะคอยเตือนคุณเกี่ยวกับการควบคุมการลบอัตโนมัติผ่านการแจ้งเตือนในผลิตภัณฑ์และทางอีเมลเพื่อให้คุณสามารถเลือกการตั้งค่าการลบอัตโนมัติที่เหมาะกับการใช้งานของคุณเอง

การเก็บรักษาข้อมูลเริ่มต้นสำหรับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นั้น Google ยึดหลักการที่ว่าผลิตภัณฑ์ควรเก็บข้อมูลไว้ตราบเท่าที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น Google จะนำการตั้งค่านี้ไปใช้กับ YouTube ที่การลบอัตโนมัติจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นเป็น 36 เดือนหากคุณสร้างบัญชีใหม่หรือเปิดประวัติ YouTube เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการปรับปรุงตามแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน และทำให้มั่นใจได้ว่า YouTube สามารถให้คำแนะนำด้านความบันเทิงที่ตรงกับความสนใจของคุณโดยอิงจากสิ่งที่คุณเคยรับชมหรือฟัง เช่น แจ้งให้คุณทราบว่าซีรีส์โปรดของคุณได้ปล่อยซีซั่นใหม่ออกมาแล้ว หรือศิลปินคนโปรดของคุณเพิ่งเปิดตัวอัลบั้มใหม่ เป็นต้น สำหรับผู้ใช้รายเดิมจะยังสามารถเลือกการลบอัตโนมัติให้เป็น 3 เดือน หรือ 18 เดือนได้เช่นเดิม ทั้งนี้ ระยะเวลาเก็บรักษาที่มีค่าเริ่มต้นจะไม่ถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Gmail, Google Drive และ Google Photos ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย

แน่นอนว่า Google ให้มั่นคำสัญญาว่าจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปขายให้กับผู้อื่น และจะไม่นำข้อมูลในแอปที่คุณเก็บเนื้อหาส่วนบุคคลไว้เป็นหลัก เช่น Gmail, Google Drive, Google Calendar และ Google Photos ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาโดยเด็ดขาด

การควบคุมในรูปแบบที่คุณต้องการ

ความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Google พยายามหาวิธีที่จะทำให้คุณสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ในแบบที่คุณต้องการ โดยจะอัปเดตเครื่องมือความเป็นส่วนตัวให้คุณ ดังนี้

  • การเข้าถึงการควบคุมหลักๆ ของบัญชี Google จะสามารถทำได้ง่ายขึ้นจาก Google Search ในเร็ว ๆ นี้ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google คุณจะสามารถค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ เช่น การตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup) และการตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี Google ของคุณ และกล่องข้อความที่ปรากฏให้คุณเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้นจะแสดงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของคุณเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบหรือปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเหล่านั้นได้ง่ายๆ

การเข้าสู่โหมดไม่ระบุตัวตนที่ง่ายขึ้น: บนแอปยอดนิยมของ Google ทั้ง Google Search, Google Maps และ YouTube โดยกดที่รูปโปรไฟล์ของคุณค้างไว้ ซึ่งสามารถใช้งานได้แล้ววันนี้บน Google App สำหรับ iOS และจะเปิดให้ใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้สำหรับ Android และแอปอื่น ๆ นอกจากนี้ Google กำลังหาวิธีที่จะทำให้คุณอยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตนค้างไว้ในแอปต่างๆ ของ Google เช่น Google Maps และ YouTube และจะมีอัปเดตอื่นๆ ตามมาอีกในไม่ช้า

การควบคุมความเป็นส่วนตัวเชิงรุกเพิ่มเติม: ในแต่ละปีมีผู้เข้าไปใช้บริการการตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup) มากกว่า 200 ล้านคน Google จึงจะให้คำแนะนำเชิงรุก รวมถึงเคล็ดลับต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้คุณจัดการการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ

การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ในเชิงรุก

การปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณเริ่มต้นด้วยความปลอดภัยขั้นสูงระดับโลก ที่ Google ได้มีระบบป้องกันอัตโนมัติในผลิตภัณฑ์ทั้งหมด รวมถึง Safe Browsing ที่ช่วยปกป้องอุปกรณ์มากกว่า 4 พันล้านรายการจากฟิชชิงและมัลแวร์ในแต่ละวัน และ Google Play Protect ที่ช่วยสแกนแอปต่างๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดาวน์โหลดเพื่อช่วยให้อุปกรณ์ของคุณปลอดภัย

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว Google ได้เปิดตัว Security Checkup ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ครบวงจรและใช้งานง่ายสำหรับการรักษาความปลอดภัยของบัญชี Google ของคุณ เพียงคลิกเดียวคุณก็จะเห็นภาพรวมความปลอดภัยของบัญชีของคุณ พร้อมทั้งคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ Password Checkup ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบว่ารหัสผ่านที่บันทึกไว้ในบัญชี Google ของคุณเคยถูกบุกรุกหรือไม่ จะกลายเป็นส่วนสำคัญของ Security Checkup

มีผู้ใช้ Password Checkup เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านแล้วกว่า 100 ล้านคน และพวกเขาพบว่าการละเมิดข้อมูลส่วนตัวลดลงถึง 30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ Google รวมถึงเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย เช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่นๆ ของการตรวจสอบความปลอดภัย โดยที่ Google จะให้ข้อมูลที่คุณต้องการเพื่อรักษาความปลอดภัยบัญชีที่มีความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ เนื่องจากตอนนี้ Password Checkup ได้ถูกผนวกรวมเข้ากับบัญชี Google และ Chrome เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Google จะทำการยกเลิก Password Checkup ที่เป็นส่วนขยายใน Chrome ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

การลงทุนในเทคโนโลยีการรักษาความเป็นส่วนตัว

Google มุ่งมั่นที่จะลงทุนเพื่อการรักษาข้อมูลให้คงความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Google ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาความเป็นส่วนตัวร่วมกับวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้นับพันคน เพื่อให้การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรายงานความเคลื่อนไหวของชุมชนในสถานการณ์โควิด-19ของเรา (COVID-19 Community Mobility Reports) ซึ่งช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการสถานที่ต่างๆ ของประชาชน ในขณะที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งนโยบายความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้ใน Google Maps เพื่อให้คุณตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ว่าร้านอาหารที่คุณสนใจมีผู้ใช้บริการมากน้อยแค่ไหน แต่จะไม่แสดงให้เห็นว่ามีใครบ้างที่อยู่ในร้านนั้น ในปีนี้ Google ได้ใช้ความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันและการเรียนรู้แบบสหพันธ์ (federated learning) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้คิดค้นขึ้นมา ในการฝึกโมเดลที่สนับสนุนการทำงานของ Gboard นำมาสู่ความสำเร็จในการรวมวิธีการที่ก้าวหน้าที่สุดเข้าด้วยกันเพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช่นเดียวกับการที่ Google ได้เปิดให้ใช้ Chromium แบบโอเพนซอร์สเพื่อช่วยปรับปรุงเว็บแบบเปิดให้ดีขึ้น โดยจะเปิดให้บริการแหล่งข้อมูลความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันแบบโอเพนซอร์สเพื่อให้ง่ายต่อการสร้างความเป็นส่วนตัวในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมของบริษัท ซึ่งเปิดให้บริการแก่นักพัฒนาทั่วโลกอยู่แล้ว โดยจะขยายการให้บริการในส่วนนี้ให้ครอบคลุมภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ รวมถึง Java และ Go และจะปล่อยเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้นักพัฒนาใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อยกระดับการปกป้องความเป็นส่วนตัวขึ้นไปอีกขั้น

งานของ Google ยังคงดำเนินต่อไป

ในขณะที่ Google ได้ทำการปรับปรุงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยู่นั้น Google ก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกฎระเบียบและข้อกำหนดทางกฎหมายด้านข้อมูลทั่วโลก ซึ่งรวมถึงกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดและครอบคลุมของรัฐบาลกลางในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงการดำเนินงานของ Google ที่ได้เผยแพร่กรอบการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับกฎหมายและโมเดลความเป็นส่วนตัวทั่วโลก เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation: GDPR) และประสบการณ์ของเราในการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ที่ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก

ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายดำเนินงานของพวกเขาต่อไปนั้น Google เองก็จะเดินหน้าดำเนินงานในส่วนของบริษัทด้วยเช่นกัน โดยจะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แต่มีการเก็บข้อมูลน้อยลง ยกระดับความเป็นส่วนตัวให้กับทุกคน ทั้งหมดนี้คือแนวทางและนโยบายของ Google ต่อ Privacy ของคุณ



ที่มา : it24hrs.com

กลับ