Powered by

 

รับทำโปรเจค html5 รับทำโปรเจค css รับทำโปรเจค javascript รับทำโปรเจค php รับทำโปรเจค codeigniter รับทำโปรเจค laravel รับทำโปรเจค asp.net รับทำโปรเจค angulatjs รับทำโปรเจค reactjs รับทำโปรเจค joonla เว็บสำเร็จรูป รับทำโปรเจค moodle ระบบอีเลิร์นนิ่ง E-learning รับทำโปรเจค wordpress รับทำโปรเจค android application รับทำโปรเจค ios application รับทำโปรเจค flutter รับทำโปรเจค react native ฐานข้อมูล mysql ฐานข้อมูล mariadb ฐานข้อมูล postgresql ฐานข้อมูล sql server ฐานข้อมูล firebase ฐานข้อมูล mongodb รับทำโปรเจค dreamweaver รับทำโปรเจค vscode รับทำโปรเจค sublime text รับทำโปรเจค nodejs expressjs รับทำโปรเจค nginx รับทำโปรเจค apache web server รับทำโปรเจค xampp

 

พ.ร.บ. e-service คืออะไร มีวิธีเก็บภาษี e-service อย่างไร

พ.ร.บ. e-service คืออะไร มีวิธีเก็บภาษี e-service อย่างไร

โดย: Administrator

เมื่อ: 19/06/2563 07:14:37

Tags: e-service, facebook, google, line, microsoft, netflix, twitter, กรมสรรพากร, เก็บภาษี,

พ.ร.บ. e-service คืออะไร – หลังเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 มติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากรฯ จัดเก็บภาษี “อี-เซอร์วิส” หรือ เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก แพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศ ที่ไม่มีบริษัทลูกในประเทศไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเข้ามา

พ.ร.บ. e-service คืออะไร มีวิธีเก็บภาษี e-service อย่างไร

พ.ร.บ. e-service คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e-Service) เพื่อให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฺVAT) กรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือ อี-เซอร์วิส ที่ไม่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยโดยให้ผู้บริการลักษณะอย่างนี้จะต้องมีการจ่ายแวตหรือภาษีให้กับประเทศไทยด้วย

พ.ร.บ. e-service นั้น มีรายละเอียดสาระสำคัญดังนี้

1. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “สินค้า” หมายถึง ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใดๆ และให้หมายรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด และเพิ่มบทนิยามคำว่า “บริการอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง บริการที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด และ “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายถึง ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

2. กำหนดให้

1)ผู้ประกอบการที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศและมีการใช้บริการนั้นในประเทศ ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายโดยไม่ให้หักภาษีซื้อ
2)สำหรับกรณีผู้ประกอบการต่างประเทศได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการในประเทศไทยผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศ กำหนดให้รายได้ที่ได้รับจากการให้บริการนั้นเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มของดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งหากดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทำไมไทยต้องจัดเก็บภาษี e-service จากผู้ให้บริการต่างประเทศ

การจัดเก็บภาษี e-service จะทำให้ทราบว่า ไทยขาดดุลการค้าด้านดิจิทัล ที่คนไทยจ่ายเงินออกไปนอกประเทศว่าจ่ายออกไปเท่าไรกันแน่ ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยนิยมใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจ่ายเงินออกต่างประเทศ โดยไม่มีรายได้ใดๆที่อยู่ในประเทศไทยเลย หลังจากมี พรบ. e-service จะทราบเงินออกนอกประเทศมากขึ้น แต่ที่อาจกระทบผู้บริโภคชาวไทยก็คือ คนไทยต้องจ่ายเงินแพงขึ้น จากภาษีที่ทางผู้ให้บริการออนไลน์จากต่างประเทศ ที่จะผลักภาระส่วนนี้มาให้ แต่ก็คุ้มกว่าประเทศไทยที่จะเสียหาย อย่างไรก็ตามต้องตามกันดูว่าภาครัฐจะสามารถบริษัทผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มจากต่างประเทศให้มาหักภาษีให้กับรัฐบาลไทยได้มากน้อยแค่ไหน

ปัจจุบันมีหลายประเทศได้เริ่มจัดเก็บภาษี e-service แล้ว ได้แก่ มาเลเซีย ที่เริ่มเมื่อต้นปีนี้ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ขณะที่ อินโดนีเซีย จะเริ่มเก็บภาษีอีเซอร์วิสในวันที่ 1 ก.ค. 2563 โดยเก็บที่อัตรา 10%

พ.ร.บ. e-service ธุรกิจไหนที่ต้องเสียภาษีบ้าง

ส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการออนไลน์จากต่างประเทศ แต่นิยมใช้มากในประเทศไทย ได้แก่

1. กลุ่มอีคอมเมิร์ซ (เช่น อีเบย์ อาลีบาบา อเมซอน)
2. มีเดีย และแอดเวอร์ไทซิ่ง (เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ค ไลน์)
3.กลุ่มบริการ (มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส ,เอเวอร์โน้ต)
4. กลุ่มทรานส์ปอร์เทชั่น (แอร์ไลน์ )
5.กลุ่มทราเวล( Booking, AirBNB , AGODA)
6. ดิจิทัล คอนเทนท์ (NETFLIX, IFLIX, JOOX ,Spotify , VIU)
7. กลุ่มซอฟต์แวร์ ( เช่น Apple , Microsoft และแอปต่างๆจากต่างประเทศ )
8. เกม(บนไอโอเอส แอนดรอยด์ แอพฯ เกมต่างๆ)
9. กลุ่มอินฟราสตรัคเจอร์ (เช่น บริการคลาวด์ต่างๆ )
10. บริการการเงิน (เช่น PAYPAL )
11. Forex Investment
12. การพนันออนไลน์

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยังได้เผยอีกว่า “การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในประเทศไทยกับผู้ประกอบการในต่างประเทศ ที่ให้บริการในประเทศไทยให้ทำการจัดเก็บภาษีมีความเหมาะสม สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และยังเป็นการปรับปรุงกฎหมายภาษีไทยให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับแนวทางการจัดเก็บภาษีของนานาประเทศ คาดว่าการปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้จะช่วยทำให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,000 ล้านบาท”

สำหรับพวกเราในฐานะผู้บริโภคก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่าผู้ให้บริการต่างๆอย่างเช่น NextFlix Youtube Facebook Google เกมออนไลน์ หรือแพลตฟอร์ม e-service ต่างๆจะเลือกที่จะรับผิดชอบในส่วนของภาษีที่เพิ่มขึ้นเอง หรือจะผลักภาระมาให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภค ซึ่งหากสุดท้ายแล้วผู้บริโภคจะต้องรับภารระภาษีที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องมาพิจาณาการใช้บริการ e-service จากต่างประเทศกันอีกทีเพื่อให้เหมาะสมกับงบประมารณการใช้จ่ายในแต่ละเดือนของแต่ละคน

หลังทราบ พ.ร.บ. e-service คืออะไร กันไปแล้ว หลังจากนี้ยังต้องจับตาว่ามีรายไหนจะเข้าร่วมเก็บภาษี e-service โดยทันทีบ้าง และ เริ่มจัดเก็บภาษี e-service ในไทยเมื่อไหร่



ที่มา : it24hrs.com

กลับ