Social Distancing คืออะไร การรักษาระยะห่างทางสังคมต้องทำอย่างไร

Social Distancing คืออะไร การรักษาระยะห่างทางสังคมต้องทำอย่างไร

โดย: Administrator

เมื่อ: 06/04/2563 08:33:47

Tags: Social Distancing, Social Distancing คืออะไร, Social Distancing ความหมาย, การทำ Social Distancing,

Social Distancing คืออะไร Social Distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางสังคม คือ การสร้างระยะห่างจากตัวเราเองกับคนอื่นๆ โดยงดการไปในสถานที่ที่มีคนแน่นๆ หรือ กิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก  หลีกเลี่ยงการใช้รถขนส่งสาธารณะ ลดดการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านโดยไม่จำเป็น รวมถึงการปรับการทำงานให้เป็นแบบ Work from Home หรือ ทำงานจากที่บ้าน ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการช่วยลดจำนวนติดต่อของเชื้อไวรัสระหว่างกันในทุกวันลงได้ ด้วยหลักการที่ว่า “โรคติดต่อ จะไม่ติดต่อ ถ้าคนไม่ติดต่อกัน” หากคนในสังคมช่วยกันก็จะสามารถลดอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไปได้มากและจะสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ในที่สุด

Social  Distancing ต้องทำอย่างไร ?

สถานการณ์ปัจจุบันคนที่น่ากลัวกว่าคนที่ติดเชื้อโควิด19 ที่พวกเรารู้ว่าเป็นใครก็คือ คนที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการซึ่งมีอยู่ทั่วไปในสังคมโดยที่เราไม่รู้เลยว่าเป็นใครบ้าง สำหรับการทำ Social Distancing มีหลักการง่ายๆว่าพยายามลดโอกาสตัวเองที่จะพบเจอผู้คนในสังคมให้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้รับเชื้อ หรือแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีน้อยลงด้วยเช่นกัน ซึ่งในเรื่องนี้สามารถอธิบายเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้ด้วยคณิตศาสตร์เบื้องหลังการทำ Social Distancing ของ Robert A.J. Signer, Ph.D. Assistant professor of Medicine at the University of California, San Diego  ดังนี้ 

 

จากภาพ Infographic ข้างต้น จะเห็นได้ว่าถ้าไม่มีการทำ Social Distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางสังคม เลย ภายใน 5 วัน จะมีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ถึง 2.5 คน และเพิ่มเป็น 406 คน ภายใน 30 วัน ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากเพราะเป็นกาคำนวณจากผู้ติดเชื้อเริ่มต้นเพียงแค่ 1 คน เท่านั้น แต่ถ้าผู้ติดเชื้อเริ่มต้นเป็น 100 คน หรือเป็น 1,000 คน อัตรการแพร่ระบาดจะรวดเร็วสักแค่ไหน

ในขณะเดียวกันถ้ามีการทำ Social Distancing ลดการพบปะผู้คนลง 50% ภายใน 5 วัน จะมีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นเพียง 1.25 คน และภายใน 30 วัน จะมีผู้ติดเชื้อเพียง 15 คน และถ้ามีการลดการพบปะผู้คนลง ด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคมถึง 75% จะมีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นพียง 0.625 คน ภายใน 5 วัน และภายใน 30 วันจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเพียง 2.5 คนเท่านั้น จากข้อมูลนี้ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าการทำ Social Distancing นั้นเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยลดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทุกพื้นที่ทั่วโลก

ข้อปฎิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อหยุดโควิด-19

  1. งดสังสรรค์​ ปาร์ตี้ ออกกำลังกายในที่สาธารณะ – การพบปะผู้คนแม้แต่จะเป็นเพื่อน ญาติ พี่น้อง ที่คุ้นเคย หรือ แม้แต่การออกกำลังกายที่เป็นที่สาธารณะ  ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อโควิด19 ได้ทั้งสิ้น เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้คนที่เราพบเจอนั้นได้ไปที่ไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง และบางคนอาจจะเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการก็ได้  
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพ – ทั้งการสัมผัสตัวบุคคล หรือ สิ่งของ เพราะการสัมผัสจะมีโอกาสทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ และควรล้างมือบ่อยๆ หรือ ทุกครั้งที่มีการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ ป้องกันการติดเชื้อเมื่อมีการนำมือมาสัมผัสอวัยวะต่างๆบนใบหน้า
  3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก และ การใช้บริการขนส่งสาธารณะเพราะความแออัดเบียดเสียดจะทำให้เรามีโอกาสสัมผัสกับผู้คนได้ง่าย จะทำให้มีโอกาสรับเชื้อไวรัสโควิด19 เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนหมู่มากเหล่านั้นอาจมีผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการอยู่ในกลุ่มคนที่ร่วมกิจกรรมก็เป็นได้ แต่หากจำเป็นต้องไปร่วมกิจกรรมจริงๆก็ควรใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานสามารถป้องกันไวรัส ได้ด้วย
  4. ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) – ควรอยู่บ้านให้ได้มากที่สุด แต่หากต้องทำงานก็ควรจะใช้วิธีทำงานจากที่บ้าน เพราะการเดินทางไปทำงานของพนักงานก็จะต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสติดต่อและแพร่กระจายเชื้อไวรัสให้กันและกันได้มากขึ้น 
  5. เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร – ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO)อธิบายว่า  เมื่อมี การไอ หรือ จาม จะมีละอองของเหลวเล็ก ๆ ออกจากจมูกหรือปากซึ่งอาจมีไวรัสปนอยู่ด้วย ซึ่งหากอยู่ใกล้กันเกินไปก็มีโอกาสที่ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆจะหายใจเอาละอองรวมถึงไวรัส COVID-19 เข้าไปด้วย จึงแนะนำให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ในขณะที่ หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1.8 เมตร ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยก็ควรเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร และควรสวมหน้ากากอนามัยด้วยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น
  6. ล้างมือบ่อยๆ – เพราะมือจะเป็นอวัยวะที่สัมผัสกับผู้คน สิ่งของต่างๆ ซึ่งมีโอกาสได้รับเชื้อไวรัสได้ง่าย และบ่อยครั้งที่คนเราจะใช้มือสัมผัสไปที่ใบหน้าของตัวเอง นั่นก็คือการเพิ่มโอกาสในการรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือ เจลแอบกอฮอล์เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีของตัวเอง
  7. สั่งซื้อสินค้า หรือ สั่งอาหารออนไลน์​ – เพื่อเป็นการลดกิจกรรมที่ออกไปทำนอกบ้านให้ได้มากที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องออกไปก็ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองด้วย 
  8. ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ควรแยกอุปกรณ์ที่ใช้ทานอาหารออกจากกัน อาจทำเป็นอาหารจานเดียว แยกใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ส่วนตัวของแต่ละคน

ถึงตอนนี้ทุกคนก็คงทราบกันแล้วว่า Social Distancing คืออะไร และวิธีการรักาษาระยะห่างทางสังคม จะต้องทำกันอย่างไร ซึ่งในสถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่นี้ การร่วมมือกันปฎิบัติตามหลักการของ Social Distancing อย่างเคร่งครัด จะเป็นการช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสให้กันและกัน เพื่อเป็นการปกป้องดูแลคนในครอบครัว คนในชุมชน และ คนทั้งประเทศ  เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเราต่อสู้กับไวรัสโควิด19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด



ที่มา : it24hrs.com

กลับ