Powered by

 

รับทำโปรเจค html5 รับทำโปรเจค css รับทำโปรเจค javascript รับทำโปรเจค php รับทำโปรเจค codeigniter รับทำโปรเจค laravel รับทำโปรเจค asp.net รับทำโปรเจค angulatjs รับทำโปรเจค reactjs รับทำโปรเจค joonla เว็บสำเร็จรูป รับทำโปรเจค moodle ระบบอีเลิร์นนิ่ง E-learning รับทำโปรเจค wordpress รับทำโปรเจค android application รับทำโปรเจค ios application รับทำโปรเจค flutter รับทำโปรเจค react native ฐานข้อมูล mysql ฐานข้อมูล mariadb ฐานข้อมูล postgresql ฐานข้อมูล sql server ฐานข้อมูล firebase ฐานข้อมูล mongodb รับทำโปรเจค dreamweaver รับทำโปรเจค vscode รับทำโปรเจค sublime text รับทำโปรเจค nodejs expressjs รับทำโปรเจค nginx รับทำโปรเจค apache web server รับทำโปรเจค xampp

 

วิธีทำงานจากที่บ้าน work from home ให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์

วิธีทำงานจากที่บ้าน work from home ให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์

โดย: Administrator

เมื่อ: 23/03/2563 12:39:08

Tags: thaicert, warning, work at home, ทำงานที่บ้าน, ระวัง, เตือนภัย,

วิธีทำงานจากที่บ้าน work from home ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ที่หลายบริษัท สถานศึกษา รวมถึงหน่วยงานภาครัฐบางแห่งเริ่มปรับตัวให้ใช้วิธีทำงานที่บ้าน Work From Home เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดไวรัส COVID-19 แต่ใช่ว่าจะทำงานได้อย่างราบรื่น ยังต้องรู้และรับมือภัยไซเบอร์ด้วย ทาง ThaiCERT ได้แปลบทความจากทางสถาบัน SANS ได้มีข้อแนะนำ 5ข้อในการรับมือภัยขณะทำงาน Work From Home ดังนี้

1. ระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการโจมตีแบบ social engineering
การทำงานออนไลน์จากบ้าน จำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือรับส่งไฟล์กับบุคคลอื่นมากกว่าการทำงานตามปกติ ผู้ประสงค์ร้ายอาจฉวยโอกาสนี้ในการส่งอีเมลหลอกลวง แนบไฟล์มัลแวร์ หรือแนบลิงก์ที่พาไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่านได้ ทั้งนี้ควรทบทวนกระบวนการสั่งงานและการอนุมัติสั่งงาน เนื่องจากการโจมตีประเภท Business Email Compromise หรือ CEO Fraud ซึ่งเป็นการแฮกอีเมลของผู้บริหารแล้วสั่งให้ส่งข้อมูลหรือสั่งให้โอนเงินนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรได้

2. รักษาความมั่นคงปลอดภัยของรหัสผ่าน
ควรตั้งรหัสผ่านที่เราจำได้แม่น ไม่ลืม และคาดเดาได้ยาก และไม่ซ้ำกับรหัสผ่านที่เคยใช้ในบริการอื่น หากเป็นไปได้ควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยเพื่อลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์รหัสผ่านหลุด รวมถึงพิจารณาใช้โปรแกรมช่วยบริหารจัดการรหัสผ่านร่วมด้วย ทั้งนี้รวมถึงการตั้งรหัสผ่าน Wi-Fi เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ได้รับอนุญาตแอบเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วแพร่กระจายมัลแวร์หรือดักขโมยข้อมูล

3. การทำงานจากที่บ้านอาจไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่แค่ในบ้านเสมอไป
หากจำเป็นต้องทำงานนอกบ้าน เช่น ตามร้านกาแฟหรือศูนย์การค้า หรือตาม Co-working space หากเป็นไปได้ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi จากโทรศัพท์มือถือ หากจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะควรใช้ VPN
ทั้งนี้ควรอัปเดตระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานให้ใหม่อยู่เสมอ และฐานข้อมูลของโปรแกรมแอนติไวรัสควรได้รับการอัปเดตและสแกนอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

4. ทำความเข้าใจกับคนอื่นเรื่องอุปกรณ์ส่วนตัวที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับงาน สงวนไว้เฉพาะกับเรื่องงานเท่านั้น
ไม่ควรให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเพราะอาจเสี่ยงติดมัลแวร์หรือข้อมูลรั่วไหลได้

5. เตรียมพร้อมการแจ้งเหตุและประสานงานกับทีมไอทีขององค์กร
เนื่องจากการทำงานนอกสำนักงานนั้นอาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรไม่อาจป้องกันได้ หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ ควรประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยเร็วที่สุด



ที่มา : it24hrs.com

กลับ