การเขียนที่มาและความสำคัญของปัญหาของงานวิจัย วิทยานิพนธ์ ปริญญานิพนธ์ โปรเจคจบ

การเขียนที่มาและความสำคัญของปัญหาของงานวิจัย วิทยานิพนธ์ ปริญญานิพนธ์ โปรเจคจบ

โดย: Administrator

เมื่อ: 26/01/2563 15:52:13

Tags: ที่มาและความสำคัญของปัญหา, ที่มาของโปรเจค, ความสำคัญของปัญหางานวิจัย, ที่มาของปัญหางานวิจัย, ปัญหาวิทยานิพนธ์, ความสำคัญของปัญหา,รับทำงานวิจัย,

    ความเป็นมาของโปรเจคจบ หรืองานวิจัย เป็นการเขียนเพื่อเกริ่นนำที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องทำโปรเจคจบหัวข้อนี้ หรือเหตุผลที่สมควรต้องมีการศึกษาปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งต้องระบุปัญหาให้ชัดเจนจะทำให้ผู้อ่านเห็นควาต่อเนื่องและความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน หรือจะเกิดขึ้นในอนาคต จากนั้นระบุถึงผลกระทบที่ได้รับจากปัญหาที่เกิดขึ้นให้เห็นข้อเท็จจริงของปัญหาอย่างแท้จริง ด้วยการอ้างอิงสถิติ ทบทวนเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้จากทฤษฎี และงานวิจัย โดยโน้มน้าว จูงใจให้ผู้อ่านคล้อยตามและเห็นด้วยในการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและประโยชน์ที่จะได้รับ

หลักการเขียนความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา
    โดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น 3  ย่อหน้าหรืออาจจะมากกว่าก็ได้ แต่ต้องเขียนให้สั้นกระชับไม่เวิ่นเว้อจนเกินไป เน้นปัญหาให้ถูกจุด ไม่วกวน และไม่ควรเขียนสั้นจนเกินไปจนจับประเด็นปัญหาไม่ได้
ย่อหน้าแรก จะต้องเกริ่นถึงที่มา ความเป็นมาของปัญหา ข้อดี ข้อเสีย หรือข้อโต้แย้งของการทดลองที่ได้ทำการก่อนหน้า
ย่อหน้าที่สอง ต้องอธิบายความสำคัญ ข้อดีของปัญหา รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ในเรื่องที่เราสนใจจะทำ และควรมีเอกสารหรือที่มาของปัญหาที่ใช้ในการอ้างอิงที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งสิ่งที่เราจะทำการทดลองนั้น
ย่อหน้าสุดท้า ต้องอธิบายสรุปเป้าหมายหรือเหตุผลที่จะทำ เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่เราจะทำ โดยลงท้ายด้วยรูปแบบการเขียนว่า เราจะทำอะไร เพื่ออะไร/ใคร และคาดว่าจะได้ประโยชน์อะไร นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง หรือแก้ปัญหาอย่างไร โดยอธิบายพอสังเขปให้เห็นภาพ ไม่ต้องอธิบายลงลึกถึงรายละเอียดเพราะส่วนของรายละเอียดจะอยู่ในบทอื่นๆ ในรูปเล่มโปรเจค งานวิจัย

รูปแบบการเขียนความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา
    ลักษณะของปัญหา ควรเขียนเป็นรูปแบบปิรามิดกลับด้าน นั้นคือการเขียนจากฐานปิรามิดไปหายอกปิรามิด จากกว้างไปลึกตามรูปภาพ



ที่มา : รับทำโปรเจคจบ.com

กลับ