โปรเจค Proposal คืออะไร เขียน Proposal ให้ปัง! ไม่น่าเบื่อ


โปรเจค Proposal คืออะไร?

          หลังจากบทความที่แล้วที่แอดมินได้นำเสนอเรื่อง เลือกหัวข้องานวิจัยอย่างไรดี ต่อมาเมื่อเราได้หัวข้องานวิจัยหรือหัวข้อโปรเจค หัวข้อวิทยานิพนธ์ หัวข้อปริญญานิพนธ์ หรือหัวข้อการค้นคว้าอิสระ ที่จะทำแล้ว ลำดับต่อไปนักศึกษาต้องตามหาอาจารย์ที่ปรึกษา ที่เหมาะสมกับเราและอาจารย์จะคอยให้คำแนะนำในการทำโปรเจคจบของเราได้เป้นอย่างดี บางมหาวิทยาลัยอาจจะให้นักศึกษาเขียน Proposal ก่อนที่จะเข้าไปพบกับอาจารย์ โดยเมื่อเข้าไปพบกับอาจารย์เพื่อที่จะขอให้อาจารย์คนที่เราเล็งไว้เป็นที่ปรึกษานั้น เราต้องมีการเตรียมตัว เรียบเรียงลำดับการพูดเพื่อขายโปรเจคที่เราจะทำ ให้มีความน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะทำได้สำเร็จ เตรียมตัวตอบคำถามให้ดี หรือบางมหาวิทยาลัยอาจจัดสรรอาจารย์ที่จะมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์ปรึกษาให้กับนักศึกษาเลยโดยที่นักศึกษาไม่ต้องไปตามหาก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ ๆ คุณก็ต้องมาเสี่ยงว่าเคมีจะตรงกันหรือเปล่าของแบบนี้มันก็อยู่ที่ดวง แต่ถ้าเลือกได้จะดีกว่านะครับฮ่า ๆ
ทีนี้เรามาดูว่าเจ้าโปรเจค Proposal มันคืออะไรหล่ะ ?

โปรเจค Proposal คือการเขียนโครงร่างของงานวิจัยหรือโปรเจคจบก่อนทำจริง เพื่อบอกถึงภาพรวมของงานวิจัยหรือโปรเจคที่เราจะทำ สาเหตุของปัญหา เทคนิควิธีแก้ปัญหา ขอบเขตของการวิจัย วิธีและแผนดำเนินการวิจัย ประโยชน์ของการวิจัย โดยอาจมีรูปแบบหรือไม่มีก็ได้ (บางมหาวิทยาลัยจะมีการกำหนดเป็นรูปแบบของตัว Proposal เลย เช่น การกำหนดหัวข้อ รูปแบบฟ้อนต์ การจัดรูปแบบเอกสาร เป็นต้น) แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีรูปแบบหรือวิธีการทำไม่เหมือนกัน

เทคนิคการเขียน Proposal

          วิธีการเขียนโปรเจค proposal ของแอดมินจะเหมือนกับการเล่าเรื่องราวตามลำดับ เมื่ออ่านแล้วทำให้งานวิจัยเราดูน่าสนใจมากขึ้น โดยจะเกริ่นนำก่อนนิดหน่อย จากนั้นลากเข้าสู้เมนหลัก นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น ชี้เห็นเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว รวมถึงผลกระทบในด้านต่าง ๆ จากนั้นจะเป็นการเขียนแนวทางหรือเทคนิควิธีการแก้ปัญหา และสรุปว่าเราจะได้อะไรบ้างจากการทำงานวิจัยนี้ โดยสิ่งที่สำคัญคือการทบทวนงานวิจัยและแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ถูกใช้ในการอ้างอิง ต้องมีความน่าเชื่อถือ ส่วนรูปแบบการเรียบเรียงเนื้อหามันก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคน โดยรูปแบบจะขออ้างอิงจากเว็บไซต์ http://www.cumedicine.org ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังนี้

          1.ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา จะแบ่งเป็น 2 ถึง 3 ย่อหน้า โดยย่อหน้าแรกอาจจะเป็นการเกริ่นนำกว้าง ๆ เพื่อโยงเข้าสู่ย่อหน้าที่สอง ส่วนย่อหน้าที่สองเป็นการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากอะไร หากมีการใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขก็ควรมีการอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรืออาจทำเป็นแผนภาพเพื่ออธิบายความสำคัญของปัญหาเพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น โดยย่อหน้าที่หนึ่งและสองอาจจะเขียนรวมกันเป็นย่อหน้าเดียวก็ได้ ย่อหน้าที่สามหรือย่อหน้าสุดท้ายเป็นการกล่าวสรุปภาพรวม อาจเกริ่นถึงชื่อเทคนิควิธีการแก้ปัญหา ประโยนช์ที่ได้ เนื้อหาควรจะสั้น กระชับ ได้ใจความ ไม่ควรเกริ่นหรือเขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง

          2.วัตถุประสงค์การทำวิจัย กล่าวถึงเรื่องที่ต้องการศึกษาไม่ควรมีเยอะ ประมาณ 1-3 ข้อกำลังดี ควรขึ้นต้นด้วยคำว่า เพื่อ เช่น เพื่อจำแนก เพื่อแก้ปัญหา เพื่ออธิบาย เพื่อส่งเสริม เป็นต้น ควรจัดลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์โดยนำวัตุประสงค์หลักเป็นข้อแรก จะเป็นการเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย

          3.ขอบเขตการวิจัย เป็นการจำกัดหรือวางกรอบในการทำโปรเจค ซึ่งจะอยู่ในขอบเขตที่ผู้จัดทำกำหนดไว้ อาจแบ่งเป็นหลายหัวข้อยกตัวอย่างเช่น ขอบเขตที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะศึกษา ขอบเขตของการใช้ข้อมูล ขอบเขตด้านผู้ใช้งาน ขอบเขตด้านเวลา ขอบเขตของตัวแปรที่ต้องการจะศึกษา ขอบเขตของเครื่องมือที่ใช้ อย่างชัดเจน เป็นต้น

          4.นิยามศัพท์ จะมีหรือไม่มีก็ได้เป็นการอธิบายคำศัพท์ที่ใช้ในโปรเจค เพื่อขยายความให้ผู้อ่านเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน หากเป็นคำศัพท์ทั่ว ๆ ไป ก็อาจไม่ควรมีหัวข้อนี้ก็ได้

          5.ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นการอธิบายถึงทฤษฎีที่นำมาใช้ในโปรเจค เทคนิควิธีการแบบคร่าวๆ ยังไม่ลงลึกในรายละเอียด และทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องหรือการรีวิวงานวิจัยนั่นเอง การรีวิวงานวิจัยจะเรียงลำดับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดนคัดเลือกงานวิจัยที่คล้ายกับหัวข้อโปรเจคที่เราทำ หรือใช้เทคนิควิธีการคล้ายๆ กัน ผลที่ได้จากการทำวิจัยเป็นอย่างไร โดยอาจจะอธิบายถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละงานวิจัย และทำการสรุปผลการทบทวนงานวิจัยในรูปแบบของตารางเพื่อทำให้ดูง่ายขึ้น

          6.วิธีดำเนินงานวิจัย เป็นการอธิบายถึงขั้นตอนแต่ละขั้นตอนแบบคร่าวๆ ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง แต่ยังไม่ต้องอธิบายว่าทำอย่างไร

          7.แผนการดำเนินงาน ควรทำเป็นตาราง Gantt Chart หรือทำเป็น Schedule Chart ระบุระยะเวลาในแต่ขั้นตอนของวิธีดำเนินงานวิจัย และสรุปภาพรวมทั้งหมดใช้เวลากี่วัน/เดือน/ปี

          8.ประโยชน์ของงานวิจัย เป็นการอธิบายถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโปรเจค ควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การทำวิจัยด้วย

          9.เอกสารอ้างอิง แหล่งอ้างอิงต้องมีความน่าเชื่อถือ รูปแบบตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด เขียนให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด

สุดท้ายควรตรวจสอบรูปแบบเอกสารตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่นการตั้งค่าหน้ากระดาษ การเว้นวรรค การใช้ภาษาพูด และตรวจสอบคำผิด