วิเคราะห์หัวข้อโปรเจคจบปี 2020 Ep.1


          การคิดหัวข้อโปรเจคจบจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก บางคนมีไอเดียคิดออกตั้งแต่เรียนปี 1 แต่เชื่อเถอะถ้ามันไม่ตกเทรนยังไงก็ได้ทำหัวข้อโปรเจคที่คิดไว้ จะเห็นได้ว่าหัวข้อโปรเจคที่เป็นพวกระบบฐานข้อมูล เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ระบบที่พัฒนาด้วยเว็บแอปพลิเคชัน ที่ทำมาเกล่อๆ มันเริ่มตกเทรนมาหลายปีแล้ว ถ้าไม่ใช่ระบบเฉพาะทาง ผมว่ามันก็ดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ หรือจะเป็นโมบายแอปพลิเคชันหรือเกมส์ก็ยังพอไปวัดไปวาได้อยู่ ส่วนใครที่ยังตามหาหัวข้อโปรเจคจบของตัวเองไม่เจอก็ต้องรีบหน่อยนะ เพราะเผลอแปปเดียวก็จบปี 3 ปี 4 แล้วบางคนเพื่อนจบกันหมดแล้วตัวเองยังไม่มีหัวข้อเลย จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากนะ แค่ต้องทำรีเสิร์ชนิดนึงหรือมองหาสิ่งที่ตัวเองถนัด ไม่ก็ให้ลองสังเกต เหตุการณ์ สถานการณ์ ความต้องการในชีวิตประจำวัน อาจะเจอหัวข้อดีๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเขียนเทคนิคการหาหัวข้อโปรเจคจบแบบง่าย ๆ ไว้ในบทความหน้า แต่บทความนี้มาดูก่อนว่าเทรนหัวข้อโปรเจคจบที่จะมาในปี 2020 นี้มีอะไรบ้างมาดูกัน

1.Automation
RPA (Robotic Process Automation) และ Hyper Automation - RPA (Robotic Process Automation) : Robotic เป็น ระบบอัตโนมัติที่ไม่จำเป็นต้องตอบโต้หรือสั่งงานจากมนุษย์ในทุกครั้งที่มีการทำงาน ทำให้เราไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับการทำงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการที่มีความเฉพาะเจาะจง หรือมีการกำหนดขั้นตอนและตัวแปรต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น เราส่ง email แล้วมี email ส่งกลับมาอัตโนมัติ เราก็เรียกว่า robot เหมือนกันต่อให้เป็นซอฟต์แวร์ก็ตาม ดังนั้น RPA ก็คืออะไรก็ตามที่เรากดแล้วมันสามารถทำแทนเราได้ ยกตัวอย่าง Email ทุกวันนี้ email มันเข้ามาเยอะมาก แต่เราก็สามารถทำให้ robot มันตอบแทนเราได้ ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มมีซอฟแวร์เข้ามาแล้ว เราก็สามารถประหยัดเวลาในการทำงานแต่ละวันได้ ใครได้ทำโปรเจคหัวข้อนี้จับได้ถูกทางเอาไปทำ StartUp ได้สบาย

1. AI สำหรับงานบริการ
AI จะไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วยในงานวิจัยหรือถูกใช้งานประมวลผลซับซ้อนสำหรับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น แต่มันจะถูกนำมาใช้ใน “งานบริการ” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม บริการขนส่งสินค้า และอื่น ๆ ก็ได้เริ่มนำ AI มาใช้ในการระบบภายในที่อยู่หลังบ้านและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

2. 5G
5G สามารถรองรับการใช้งานในแต่ละพื้นที่มากกว่าและอาจจะมีอุปกรณ์อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อย่างเช่น รถยนต์อัจฉริยะที่ยับยั้งการเกิดอุบัติเหตุแบบที่มนุษย์ทำไม่ได้

3. Edge computing
มีตัวประมวลผลอยู่ทั่วทุกแห่ง ยกตัวอย่าง นาฬิกาก็สามารถการวัดชีพจร และประมวลผลว่าหัวใจเราเต้นผิดปกติไหม หรือทีวีก็สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้ ตู้เย็นก็สามารถรู้ได้ว่าของที่แช่ไว้เน่าหรือยัง อุปกรณ์แทบจะทุกอย่างบนโลกต่ออินเทอร์เน็ตโดยที่ทุกตัวมีความคิดของตัวเองด้วย

4. 3D Printing
ตอนนี้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่มีความเฉพาะทาง เช่น การแพทย์ ซึ่งคาดว่าอีก 4 ปีข้างหน้านี้ เราจะเริ่มเห็นการปลูกถ่ายอวัยวะโดยที่อวัยวะนั้นถูก print ออกมา อย่างเช่นตอนนี้ก็มี print อวัยวะภายนอกออกมา เช่น จมูกและใบหู แต่การเปลี่ยนอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ หรือปอดนั้น ผมคิดว่าอีกไม่นานเราจะไปถึงจุดนั้น

รอต่อ Ep.2 นะครับ